บทที่ 4 เมียบำเรอล้างหนี้ EP4

“ขอโทษเหรอคะ คุณคิดว่าคำขอโทษของคุณมันมีค่าพอให้ฉันให้อภัยไหม” ดารินต่อว่าทั้งน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาอย่างสุดกลั้น เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ “คุณทำลายครอบครัวของเรา คุณทำให้ฉันกับลูกต้องไม่มีที่ซุกหัวนอน แล้วแบบนี้ ฉันยังควรจะให้อภัยคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณอีกเหรอ”

“ผมผิดไปแล้วที่รัก ให้โอกาสผมเถอะนะ ให้ผมได้แก้ตัว ผมสัญญา ผมสาบานว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก” เมธาร้องขอความเห็นใจอย่างน่าสมเพช

ดารินยกมือขึ้นปิดปาก กลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ความโกรธแค้นและความผิดหวังตีรวนอยู่ในอก แต่เมื่อมองไปรอบๆ บ้านที่ตอนนี้ว่างเปล่าไร้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ นางรู้ดีว่าต่อให้ทุบตีสามีจนตาย ทุกสิ่งที่สูญเสียไปก็ไม่มีวันหวนกลับคืนมา

“สรุปว่าบ้านหลังนี้ ไม่ใช่ของเราอีกต่อไปแล้วใช่ไหม” นางสูดลมหายใจลึกๆ กัดฟันถามเพื่อตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย

“ครับ” เมธาพยักหน้ารับอย่างจำนน

“เมื่อไรคะ เราต้องออกจากที่นี่เมื่อไร” นางกวาดสายตามองซากความทรงจำที่กำลังถูกชายแปลกหน้ารื้อถอนออกไปทีละชิ้น

เมธาก้มหน้างุด ไม่อยากจะเอื้อนเอ่ยกำหนดการที่เขาและครอบครัวจะต้องถูกเฉดหัวออกไป ข้าวของเครื่องใช้ที่พอมีราคาจะถูกนำไปขายทอดตลาดเพื่อแปรสภาพเป็นเงินสด ส่วนตัวบ้าน ตอนนี้กรรมสิทธิ์ได้ถูกโอนเป็นของเจ้าหนี้ไปแล้วอย่างสมบูรณ์

“ฉันถามว่าเราต้องย้ายออกภายในกี่วัน” ดารินตวาดลั่นเมื่อสามีเอาแต่อมพะนำ

“สะ…สามวัน” เมธาตอบตะกุกตะกัก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองสายตาตัดพ้อของภรรยา “ความจริง เขาให้เวลาเราสามวัน”

“ความจริงอะไร พูดให้มันรู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะ”

“จะมัวแต่นั่งคร่ำครวญปรับทุกข์กันอีกนานไหม”

เสียงห้าวทุ้มที่ดังแทรกขึ้นมา ทำเอาสองสามีภรรยาสะดุ้งสุดตัว ชายชุดดำหน้าตาเหี้ยมโหด ไว้หนวดเคราครึ้มที่ชื่อเข้ม เดินก้าวอาดๆ มาหยุดยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาก้มลงมองอดีตเจ้าของบ้านด้วยสายตาเหยียดหยาม หลังจากเพิ่งวางสายจากโทรศัพท์มือถือที่ผู้เป็นนายโทรมาสั่งการเมื่อครู่

เมธารีบยันตัวลุกขึ้น พร้อมกับรวบรวมเรี่ยวแรงประคองร่างภรรยาที่กำลังอ่อนระทวยให้ลุกตาม เขาขบกรามแน่น จ้องมองชายหน้าโหดด้วยสายตาดุกร้าว แม้จะรู้ตัวว่าตกเป็นรอง แต่ความเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ทำให้เขาต้องฮึดสู้

“แกหมายความว่ายังไง เมื่อวานพวกแกบอกเองว่าเจ้านายแกให้เวลาฉันเตรียมตัวย้ายออกสามวัน ให้เวลาฉันได้อธิบายเรื่องนี้ให้ลูกเมียฉันฟังก่อน แต่นี่อะไร ผ่านไปแค่วันเดียว พวกแกก็บุกเข้ามายึดของ รื้อบ้านฉันแบบนี้ มันผิดสัจจะนี่หว่า”

“สัจจะ เก็บไว้ใช้กับคนดีๆ เถอะว่ะ ไม่ใช่กับผีพนันอย่างมึง” เข้มหัวเราะเยาะ “อยากรู้ไหมว่าทำไม ก็เพราะว่าเจ้านายของฉันเกิดเปลี่ยนใจน่ะสิ ท่านไม่อยากรอให้ครบสามวันแล้ว ท่านจะเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยของบ้านหลังนี้ ในอีกสามชั่วโมงข้างหน้า”

“สามชั่วโมง เป็นไปไม่ได้ จะให้ฉันเก็บของหาที่อยู่ใหม่ทันได้ยังไง” เมธาหน้าซีดเผือด

“มีปัญหาหรือไง จะเอาอะไรก็รีบๆ ขนไป เฉพาะของใช้ส่วนตัวเท่านั้นนะ พวกเฟอร์นิเจอร์ห้ามแตะ”

“พวกแกมันเดนมนุษย์ กะจะบีบกันให้ตายเลยใช่ไหม” เมธาฟิวส์ขาด ตะคอกกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อของเข้ม

ผัวะ!

หมัดลุ่นๆ ที่หนักหน่วงราวกับค้อนเหล็ก ซัดเข้าที่ซีกแก้มซ้ายของเมธาเต็มแรงจนร่างท้วมกระเด็นไปกองกับพื้นกระเบื้อง มุมปากปริแตก เลือดสีแดงสดไหลซิบออกมาทันที

“ที่รัก” ดารินกรีดร้องลั่น ปราดเข้าไปประคองร่างสามีด้วยความตกใจและเป็นห่วง แม้จะโกรธแค้นเขาเพียงใด แต่สัญชาตญาณความผูกพันก็ทำให้นางทนเห็นเขาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ “พวกแกมันป่าเถื่อน ทำร้ายคนไม่มีทางสู้”

“นี่แค่สั่งสอนนะคุณผู้หญิง” เข้มสะบัดข้อมือไปมา แววตาดุดัน “รีบไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน พวกฉันต้องรีบเตรียมบ้าน สั่งเฟอร์นิเจอร์ชุดใหม่เข้ามาให้ทันก่อนที่นายจะมาถึง ไม่อย่างนั้น ผัวคุณได้กินตีนพวกฉันแทนข้าวแน่”

ดารินตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความกลัวปะปนกัน นางมองชายฉกรรจ์ตรงหน้าสลับกับสามีที่ได้แต่นอนกุมหน้าโอดครวญ ในเมื่อสถานการณ์มันบีบบังคับขนาดนี้ การดันทุรังอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่จะเจ็บตัวเปล่าๆ

“คุณคะ เราไปจากที่นี่กันเถอะ” นางพยายามพยุงสามีให้ลุกขึ้น น้ำตาไหลริน “ในเมื่อบ้านหลังนี้มันไม่ใช่ของเราแล้ว ฉันก็ไม่อยากอยู่ให้พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้”

“แต่...แต่เราไม่มีที่ไปแล้วนะที่รัก” เมธาหันมาบอกภรรยาเสียงอ่อย แววตาของเขามืดมนไร้ทางออก

“ทำไมจะไม่มีคะ เรายังมีโรงแรม เราไปเปิดห้องนอนพักกันที่นั่นก่อน รอจนกว่าลูกเมย์จะกลับมาจากการไปเที่ยว แล้วเราค่อยหาทางขยับขยาย ปรึกษากันอีกทีว่าจะเอายังไงต่อไป”

ดารินพยายามปาดน้ำตาทิ้ง ถึงเวลาที่นางต้องเข้มแข็งและเป็นเสาหลักให้ครอบครัวในยามที่สามีอ่อนแอ เธอคิดเพียงแค่ว่าโรงแรมระดับสี่ดาวของพวกเขายังพอเป็นที่ซุกหัวนอนและตั้งหลักได้

“ฮ่าๆๆๆ”

เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นจากชายชุดดำอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามายืนสมทบข้างๆ เข้ม ชายคนนั้นยกท่อนแขนพาดบ่าเพื่อนอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะมองดารินด้วยสายตาเยาะหยัน

“นี่คุณผู้หญิงยังไม่รู้เรื่องจริงๆ เหรอเนี่ย น่าสงสารจังเลยนะครับ” ชายคนนั้นแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน “โรงแรมที่คุณพูดถึงน่ะ มันก็ถูกเจ้านายผมยึดไปพร้อมกับบ้านหลังนี้แล้วเหมือนกันครับ จริงไหมไอ้เข้ม”

“จริงที่สุดว่ะ คราวนี้ตาสว่างหรือยังคุณผู้หญิง ถ้ากระจ่างแล้วก็รีบไสหัวออกไปได้แล้ว” เข้มสำทับเสียงแข็ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป